วิธีการขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์จำปีสิรินธร สามารถกระทำได้หลายวิธี นับตั้งแต่ การเพาะเมล็ด การปักชำ การทาบกิ่ง การเสียบยอด การติดตา และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละวิธีแตกต่างกันออกไป ดังเช่น
การเพาะเมล็ด จากงานวิจัยของฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร วว. ได้มีการทดลองในเรื่องการงอกของเมล็ดจำปีสิรินธร พบว่า เมล็ดที่เก็บจากโคนต้นจะมีอัตราการงอกต่ำ และมีต้นกล้าที่ไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่เมล็ดที่ได้จากผลแก่ที่เก็บจากบนต้น จะมีอัตราการงอกสูง และมีต้นกล้าที่แข็งแรงกว่า ดังนั้น คำแนะนำในการเพาะเมล็ดจำปีสิรินธร จึงเริ่มตั้งแต่ การเลือกเก็บผลแก่ที่มีสีเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีผลย่อยที่อยู่โคนช่อผลแตกเป็นช่อเล็กๆ เพียง 1-2 ผล และยังไม่ร่วงหล่นจากต้น ให้นำผลแก่นี้มาผึ่งไว้ที่ร่ม 2-3 วัน รอยแตกจะกว้างขึ้น แล้วมีเมล็ดหลุดออกมา นำเมล็ดมาแช่น้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยมีการเปลี่ยนน้ำทุก 12 ชั่วโมง แล้วบี้เอาเปลือกหุ้มเมล็ดสีแดงออกทิ้งไป จะเห็นแต่เมล็ดในสีดำและแข็ง นำเมล็ดมาเพาะรวมกันในกระบะทราย แล้วราดด้วยยากันรา และคลุมป้องกันความชื้นด้วยถงพลาสติก (เพื่อไม่ต้องรดน้ำเลยตลอดช่วงเวลาการเพาะเมล็ด) ในเวลา 1 เดือน ก็เริ่มงอก เมื่อใบเลี้ยงคู่แรกคลี่กางดี จึงแยกนำลงปลูกในถงเพาะชำ และตั้งไว้ในเรือนเพาะชำ จนมีอายุ 1 ปี จะมีความสูง 30-40 เซนติเมตร และมีใบจำนวน 8-10 ใบ จึงนำออกมาตั้งกลางแจ้งเพื่อให้ปรับตัว ก่อนนำไปปลูกลงแปลงกลางแจ้ง ข้อดีของวิธีการขยายพันธุ์แบบนี้คือ ได้ต้นกล้าที่มีระบบรากแข็งแรง เจริญเติบโต ต้นไม่ค่อยล้ม เมื่อเป็นต้นใหญ่แล้วจะมีทรงพุ่มแผ่กว้างสวยงาม แต่จะออกดอกได้ช้า ในการปลูกต้นจำปีสิรินธรโดยวิธีการเพาะเมล็ดต่อไปเรื่อยๆ ก็มีโอกาสที่จะได้ต้นจำปีสิรินธรที่มีความแปรผัน แตกต่างไปจากต้นแม่พันธุ์เดิม หรือได้ต้นที่มีความเหมือนกับต้นแม่พันธุ์เดิมได้ เนื่องจากเป็นการขยายพันธุ์แบบใช้เพศที่มีการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ
การปักชำ จัดเป็นวิธีการขยายพันธุ์จำปีสิรินธรที่ง่ายและรวดเร็วอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งจะได้ต้นกล้าที่มีลักษณะเหมือนต้นแม่พันธุ์อีกด้วย โดยการตัดปลายกิ่งให้มีความยาว 20-30 เซนติเมตร ริดใบที่โคนกิ่งออก แช่ในน้ำยากระตุ้นราก แล้วนำไปปักชำในแปลงพ่นหมอกกลางแจ้ง เป็นเวลา 3-4 เดือน ก็จะออกราก แยกนำไปปลูกในถุงเพาะชำ จนตั้งตัวและเจริญเติบโตได้ดี จึงนำออกมาปลูกกลางแจ้งได้ สำหรับเทคนิคในการปักชำนี้ก็คือ ถ้ามีการปักชำจากกิ่งที่เคยออกดอกมาแล้ว เมื่อนำไปปลูกก็จะออกดอกได้ง่าย ในทางตรงกันข้าม ถ้าปักชำจากกิ่งที่ได้จากต้นกล้าขนาดเล็ก หรือกิ่งที่ยังไม่เคยออกดอกมาก่อน เมื่อนำไปปลูกแล้วจะออกดอกได้ช้า และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พบว่ากิ่งปักชำอ่อนๆ จะออกรากได้ง่ายกว่างกิ่งปักชำแก่ๆ
การทาบกิ่ง ควรใช้ต้นตอที่หาเมล็ดได้ง่าย ต้นตอมีความทนทาน เจริญเติบโตเร็ว เช่น จำปา จำปีป่า จำปาป่า จำปีหลวง ต้นตอมีอายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี มีความสูงประมาณ 50-80 เซนเติเมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร วิธีการทาบก็ใช้การปาดข้างทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ให้ยาว 5-8 เซนติเมตร นำมาประกบกันและพันด้วยเทปพลาสติก ควรผูกโยงต้นตอกับคานหรือกิ่งด้านบน เพื่อป้องกันกิ่งฉีก ในเวลา 1 เดือน ก็สามารถตัดนำมาปลูกชำได้ สำหรับเทคนิคในการทบกิ่งจำปีสิรินธร ก็คืด การปาดกิ่งต้นตอนั้นจะต้องปาดให้เหลือส่วนของยอดไว้ด้วย ไม่ใช่ปาดให้ขาดเหมือนกับทาบมะม่วง เมื่อทาบแล้ว 20 วัน ก็ตัดส่วนยอดของต้นตอทิ้งได้ และก่อนจะตัดกิ่งทาบไปปลูกชำ ควรเตือนกิ่งทาบด้วยการควั่นรอบกิ่งของโคนกิ่งพันธุ์ 1 สัปดาห์แล้ว จึงตัดกิ่งทาบออก กิ่งทาบจะปรับตัวหันไปดูดน้ำจากต้นตอ เป็นการกระตุ้นให้รากของต้นตอทำงานได้ดีขึ้น ข้อดีของการขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง ก็คือจะได้ต้นกล้าที่มีลักษณะตรงตามแม่พันธุ์ แต่จะออกดอกได้เร็วหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าไปทาบมาจากกิ่งที่เคยออกดอกมาแล้วหรือยัง หากทาบจากกิ่งที่เคยออกดอกมาแล้ว เมื่อนำไปปลูกแล้วก็จะออกดอกได้เร็ว แต่ถ้าทาบกิ่งมาจากต้นขนาดเล็ก หรืกิ่งที่ยังไม่เคยออกดอกมาก่อน เมื่อนำไปปลูกแล้วก็จะออกดอกได้ช้า
การเสียบยอด เป็นการขยายพันธุ์ที่จะได้กิ่งยอดตรงตามลักษณะของแม่พันธุ์ ใช้ได้กับต้นตอทั้งที่มีขนาดเล็กและมีขนาดใหญ่ สำหรับต้นตอที่มีขนาดเล็ก ควรใช้ต้นตอที่หาเมล็ดได้ง่าย ต้นตอมีความทนทาน เจริญเติบโตเร็ว เช่น จำปา จำปาป่า จำปีป่า จำปีหลวง ต้นตอควรมีอายุ มากกว่า 6 เดือน ซึ่งจะมีความสูงมากกว่า 50 เซนติเมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร วิธีการเสียบยอด โดยการปาดโคนต้นตอลงมา 5-6 เซนติเมตร ให้ลึกในระดับเปลือกแล้วเฉือนเอียงเป็นมุมประมาณ 45 องศา แล้วปาดกิ่งพันธุ์ให้มีแผลยาวเท่ากับต้นตอ โดยกิ่งพันธุ์นี้จะมีตาข้างอยู่เพียง 1 ตา นำกิ่งพันธุ์เข้าเสียบกับต้นตอ พันด้วยเทปพลาสติกให้มิด กันไม่ให้น้ำเข้าได้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ตาของกิ่งพันธุ์จะเริ่มแตกออกมา จึงใช้มีดคมๆ เฉือนเทปพลาสติก ให้ยอดแทงออกมา พร้อมทั้งตัดยอดของต้นตอออก ตาของกิ่งพันธุ์ก็จะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อนำไปปลูกให้พักตัวในเรือนเพาะชำระยะหนึ่ง ก็สามารถนำออกปลูกได้ สำหรับการเสียบยอดกับต้นตอที่มีขนาดใหญ่ จะแตกตาและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมในหมู่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเพิ่มจำนวนยอดพันธุ์ได้เป็นจำนวนมากในเวลารวดเร็ว ยอดพันธุ์จะอวบอ้วนสมบูรณ์ นำไปขยายพันธุ์ต่อได้ดี เกษตรกรมักเรียกการเสียบยอดกับต้นตอที่มีขนาดใหญ่นี้ว่า การฝากยอด ซึ่งมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการขยายพันธุ์แบบนี้คือ สามารถนำยอดที่อยู่ไกลๆ มาเสียบได้ โดยการตัดยอดพันธุ์แล้วพรมน้ำ นำใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ได้ถึง 1 สัปดาห์
การติดตา ก็เป็นการขยายพันธุ์ที่จะได้กิ่งยอดที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์อีกวิธีหนึ่ง ใช้ได้กับต้นตอทั้งที่มีขนาดเล็กและมีขนาดใหญ่ สำหรับต้นตอก็ใช้ประเภทและขนาดเหมือนกับวิธีการขยายพันธุ์แบบเสียบยอด สำหรับวิธีการติดตาให้เปิดเปลือกของต้นตอเป็นรูปตัว U คว่ำ หรือ ตัว T แล้วแบะเปลือกออก เฉือนตาของกิ่งพันธุ์เป็นรุปโล่ห์พร้อมทั้งแกะเอาเนื้อไม้ที่ติดมาออก นำตาเสียบเข้ากับต้นตอ พันด้วยเทปพลาสติกใสให้มิด กันไม่ให้น้ำเข้าได้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ตาของกิ่งพันธุ์จะเริ่มแตกออกมา จึงใช้มีดคมๆ เฉือนเทปพลาสติกให้ยอดแทงออกมา พร้อมทั้งตัดยอดของต้นตอออก ตาของกิ่งพันธุ์ก็จะโตอย่างรวดเร็ว เมื่อนำไปปลูกให้พักตัวในเรือนเพาะชำระยะหนึ่ง ก็สามารถนำออกปลูกได้ สำหรับการติดตากับต้นตอที่มีขนาดใหญ่ จะมีวิธีการเหมือนกับต้นตอขนาดเล็ก แต่จะแตกตาและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อดีของการขยายพันธุ์แบบติดตาคือจะได้จำนวนต้นกล้าเท่ากับจำนวนตาที่มีอยู่ จึงถือว่าเป็นวิธีการที่จะได้ต้นกล้าจำนวนมากในเวลารวดเร็วในอีกวิธีหนึ่ง
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เป็นวิธีการที่ได้ต้นกล้าจำนวนมากในเวลารวดเร็ว แต่ต้นกล้าจะมีขนาดเล็กและใช้เวลาในการปลูกเลี้ยงและบำรุงรักษาเป็นเวลานาน สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของจำปีสิรินธร โดยการนำยอดอ่อนขนาดเล็กมาเลี้ยงในวุ้น ซึ่งเป็นอาหารปลอดเชื้อ ในการขยายพันธุ์โดยวิธีการนี้พบว่า ต้นกล้ายังพัฒนาระบบรากได้ไม่ดีนัก
การขยายพันธุ์จำปีสิรินธร สามารถกระทำได้หลายวิธี นับตั้งแต่ การเพาะเมล็ด การปักชำ การทาบกิ่ง การเสียบยอด การติดตา และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละวิธีแตกต่างกันออกไป ดังเช่น
การเพาะเมล็ด จากงานวิจัยของฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร วว. ได้มีการทดลองในเรื่องการงอกของเมล็ดจำปีสิรินธร พบว่า เมล็ดที่เก็บจากโคนต้นจะมีอัตราการงอกต่ำ และมีต้นกล้าที่ไม่ค่อยจะแข็งแรง แต่เมล็ดที่ได้จากผลแก่ที่เก็บจากบนต้น จะมีอัตราการงอกสูง และมีต้นกล้าที่แข็งแรงกว่า ดังนั้น คำแนะนำในการเพาะเมล็ดจำปีสิรินธร จึงเริ่มตั้งแต่ การเลือกเก็บผลแก่ที่มีสีเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีผลย่อยที่อยู่โคนช่อผลแตกเป็นช่อเล็กๆ เพียง 1-2 ผล และยังไม่ร่วงหล่นจากต้น ให้นำผลแก่นี้มาผึ่งไว้ที่ร่ม 2-3 วัน รอยแตกจะกว้างขึ้น แล้วมีเมล็ดหลุดออกมา นำเมล็ดมาแช่น้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยมีการเปลี่ยนน้ำทุก 12 ชั่วโมง แล้วบี้เอาเปลือกหุ้มเมล็ดสีแดงออกทิ้งไป จะเห็นแต่เมล็ดในสีดำและแข็ง นำเมล็ดมาเพาะรวมกันในกระบะทราย แล้วราดด้วยยากันรา และคลุมป้องกันความชื้นด้วยถงพลาสติก (เพื่อไม่ต้องรดน้ำเลยตลอดช่วงเวลาการเพาะเมล็ด) ในเวลา 1 เดือน ก็เริ่มงอก เมื่อใบเลี้ยงคู่แรกคลี่กางดี จึงแยกนำลงปลูกในถงเพาะชำ และตั้งไว้ในเรือนเพาะชำ จนมีอายุ 1 ปี จะมีความสูง 30-40 เซนติเมตร และมีใบจำนวน 8-10 ใบ จึงนำออกมาตั้งกลางแจ้งเพื่อให้ปรับตัว ก่อนนำไปปลูกลงแปลงกลางแจ้ง ข้อดีของวิธีการขยายพันธุ์แบบนี้คือ ได้ต้นกล้าที่มีระบบรากแข็งแรง เจริญเติบโต ต้นไม่ค่อยล้ม เมื่อเป็นต้นใหญ่แล้วจะมีทรงพุ่มแผ่กว้างสวยงาม แต่จะออกดอกได้ช้า ในการปลูกต้นจำปีสิรินธรโดยวิธีการเพาะเมล็ดต่อไปเรื่อยๆ ก็มีโอกาสที่จะได้ต้นจำปีสิรินธรที่มีความแปรผัน แตกต่างไปจากต้นแม่พันธุ์เดิม หรือได้ต้นที่มีความเหมือนกับต้นแม่พันธุ์เดิมได้ เนื่องจากเป็นการขยายพันธุ์แบบใช้เพศที่มีการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ
การปักชำ จัดเป็นวิธีการขยายพันธุ์จำปีสิรินธรที่ง่ายและรวดเร็วอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งจะได้ต้นกล้าที่มีลักษณะเหมือนต้นแม่พันธุ์อีกด้วย โดยการตัดปลายกิ่งให้มีความยาว 20-30 เซนติเมตร ริดใบที่โคนกิ่งออก แช่ในน้ำยากระตุ้นราก แล้วนำไปปักชำในแปลงพ่นหมอกกลางแจ้ง เป็นเวลา 3-4 เดือน ก็จะออกราก แยกนำไปปลูกในถุงเพาะชำ จนตั้งตัวและเจริญเติบโตได้ดี จึงนำออกมาปลูกกลางแจ้งได้ สำหรับเทคนิคในการปักชำนี้ก็คือ ถ้ามีการปักชำจากกิ่งที่เคยออกดอกมาแล้ว เมื่อนำไปปลูกก็จะออกดอกได้ง่าย ในทางตรงกันข้าม ถ้าปักชำจากกิ่งที่ได้จากต้นกล้าขนาดเล็ก หรือกิ่งที่ยังไม่เคยออกดอกมาก่อน เมื่อนำไปปลูกแล้วจะออกดอกได้ช้า และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พบว่ากิ่งปักชำอ่อนๆ จะออกรากได้ง่ายกว่างกิ่งปักชำแก่ๆ
การทาบกิ่ง ควรใช้ต้นตอที่หาเมล็ดได้ง่าย ต้นตอมีความทนทาน เจริญเติบโตเร็ว เช่น จำปา จำปีป่า จำปาป่า จำปีหลวง ต้นตอมีอายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี มีความสูงประมาณ 50-80 เซนเติเมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร วิธีการทาบก็ใช้การปาดข้างทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ให้ยาว 5-8 เซนติเมตร นำมาประกบกันและพันด้วยเทปพลาสติก ควรผูกโยงต้นตอกับคานหรือกิ่งด้านบน เพื่อป้องกันกิ่งฉีก ในเวลา 1 เดือน ก็สามารถตัดนำมาปลูกชำได้ สำหรับเทคนิคในการทบกิ่งจำปีสิรินธร ก็คืด การปาดกิ่งต้นตอนั้นจะต้องปาดให้เหลือส่วนของยอดไว้ด้วย ไม่ใช่ปาดให้ขาดเหมือนกับทาบมะม่วง เมื่อทาบแล้ว 20 วัน ก็ตัดส่วนยอดของต้นตอทิ้งได้ และก่อนจะตัดกิ่งทาบไปปลูกชำ ควรเตือนกิ่งทาบด้วยการควั่นรอบกิ่งของโคนกิ่งพันธุ์ 1 สัปดาห์แล้ว จึงตัดกิ่งทาบออก กิ่งทาบจะปรับตัวหันไปดูดน้ำจากต้นตอ เป็นการกระตุ้นให้รากของต้นตอทำงานได้ดีขึ้น ข้อดีของการขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง ก็คือจะได้ต้นกล้าที่มีลักษณะตรงตามแม่พันธุ์ แต่จะออกดอกได้เร็วหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าไปทาบมาจากกิ่งที่เคยออกดอกมาแล้วหรือยัง หากทาบจากกิ่งที่เคยออกดอกมาแล้ว เมื่อนำไปปลูกแล้วก็จะออกดอกได้เร็ว แต่ถ้าทาบกิ่งมาจากต้นขนาดเล็ก หรืกิ่งที่ยังไม่เคยออกดอกมาก่อน เมื่อนำไปปลูกแล้วก็จะออกดอกได้ช้า
การเสียบยอด เป็นการขยายพันธุ์ที่จะได้กิ่งยอดตรงตามลักษณะของแม่พันธุ์ ใช้ได้กับต้นตอทั้งที่มีขนาดเล็กและมีขนาดใหญ่ สำหรับต้นตอที่มีขนาดเล็ก ควรใช้ต้นตอที่หาเมล็ดได้ง่าย ต้นตอมีความทนทาน เจริญเติบโตเร็ว เช่น จำปา จำปาป่า จำปีป่า จำปีหลวง ต้นตอควรมีอายุ มากกว่า 6 เดือน ซึ่งจะมีความสูงมากกว่า 50 เซนติเมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร วิธีการเสียบยอด โดยการปาดโคนต้นตอลงมา 5-6 เซนติเมตร ให้ลึกในระดับเปลือกแล้วเฉือนเอียงเป็นมุมประมาณ 45 องศา แล้วปาดกิ่งพันธุ์ให้มีแผลยาวเท่ากับต้นตอ โดยกิ่งพันธุ์นี้จะมีตาข้างอยู่เพียง 1 ตา นำกิ่งพันธุ์เข้าเสียบกับต้นตอ พันด้วยเทปพลาสติกให้มิด กันไม่ให้น้ำเข้าได้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ตาของกิ่งพันธุ์จะเริ่มแตกออกมา จึงใช้มีดคมๆ เฉือนเทปพลาสติก ให้ยอดแทงออกมา พร้อมทั้งตัดยอดของต้นตอออก ตาของกิ่งพันธุ์ก็จะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อนำไปปลูกให้พักตัวในเรือนเพาะชำระยะหนึ่ง ก็สามารถนำออกปลูกได้ สำหรับการเสียบยอดกับต้นตอที่มีขนาดใหญ่ จะแตกตาและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมในหมู่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเพิ่มจำนวนยอดพันธุ์ได้เป็นจำนวนมากในเวลารวดเร็ว ยอดพันธุ์จะอวบอ้วนสมบูรณ์ นำไปขยายพันธุ์ต่อได้ดี เกษตรกรมักเรียกการเสียบยอดกับต้นตอที่มีขนาดใหญ่นี้ว่า การฝากยอด ซึ่งมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการขยายพันธุ์แบบนี้คือ สามารถนำยอดที่อยู่ไกลๆ มาเสียบได้ โดยการตัดยอดพันธุ์แล้วพรมน้ำ นำใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ได้ถึง 1 สัปดาห์
การติดตา ก็เป็นการขยายพันธุ์ที่จะได้กิ่งยอดที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์อีกวิธีหนึ่ง ใช้ได้กับต้นตอทั้งที่มีขนาดเล็กและมีขนาดใหญ่ สำหรับต้นตอก็ใช้ประเภทและขนาดเหมือนกับวิธีการขยายพันธุ์แบบเสียบยอด สำหรับวิธีการติดตาให้เปิดเปลือกของต้นตอเป็นรูปตัว U คว่ำ หรือ ตัว T แล้วแบะเปลือกออก เฉือนตาของกิ่งพันธุ์เป็นรุปโล่ห์พร้อมทั้งแกะเอาเนื้อไม้ที่ติดมาออก นำตาเสียบเข้ากับต้นตอ พันด้วยเทปพลาสติกใสให้มิด กันไม่ให้น้ำเข้าได้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ตาของกิ่งพันธุ์จะเริ่มแตกออกมา จึงใช้มีดคมๆ เฉือนเทปพลาสติกให้ยอดแทงออกมา พร้อมทั้งตัดยอดของต้นตอออก ตาของกิ่งพันธุ์ก็จะโตอย่างรวดเร็ว เมื่อนำไปปลูกให้พักตัวในเรือนเพาะชำระยะหนึ่ง ก็สามารถนำออกปลูกได้ สำหรับการติดตากับต้นตอที่มีขนาดใหญ่ จะมีวิธีการเหมือนกับต้นตอขนาดเล็ก แต่จะแตกตาและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อดีของการขยายพันธุ์แบบติดตาคือจะได้จำนวนต้นกล้าเท่ากับจำนวนตาที่มีอยู่ จึงถือว่าเป็นวิธีการที่จะได้ต้นกล้าจำนวนมากในเวลารวดเร็วในอีกวิธีหนึ่ง
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เป็นวิธีการที่ได้ต้นกล้าจำนวนมากในเวลารวดเร็ว แต่ต้นกล้าจะมีขนาดเล็กและใช้เวลาในการปลูกเลี้ยงและบำรุงรักษาเป็นเวลานาน สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของจำปีสิรินธร โดยการนำยอดอ่อนขนาดเล็กมาเลี้ยงในวุ้น ซึ่งเป็นอาหารปลอดเชื้อ ในการขยายพันธุ์โดยวิธีการนี้พบว่า ต้นกล้ายังพัฒนาระบบรากได้ไม่ดีนัก
การปลูกและบำรุงรักษา
ผู้ที่จะปลูกเลี้ยงจำปีสิรินธร ควรมีความเข้าใจในธรรมชาติของจำปีชนิดนี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน ว่าชอบเจริญเติบโตอยู่ในสภาพธรรมชาติอย่างไร ผู้ที่ต้องการปลูกควรที่จะปรับสภาพลักษณะของพื้นที่ปลูกให้มีความใกล้เคียงให้เหมาะสม ต้นกล้าก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีความแข็งแรง ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่มีความเข้าใจในธรรมชาติของจำปีชนิดนี้อย่างดีพอแล้ว เมื่อปลูกลงไปในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม จำปีสิรินธรก็จะไม่เจริญเติบโต และมีหลายรายที่ปลูกไปแล้วตาย เนื่องจากมีความเข้าใจที่ผิดๆ
ก่อนอื่น ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่า ต้นกล้าจำปีสิรินธรที่ท่านจะปลูกนั้นมีการขยายพันธุ์มาอย่างไร เป็นต้นกล้าที่มาจากการเพาะเมล็ด ปักชำ หรือการตอนกิ่ง หรือมาจากการขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบยอด ติดตา
ปัญหามีอยู่ว่า แล้ววิธีการขยายพันธุ์ มากเกี่ยวข้องกับการปลูกและบำรุงรักษาอย่างไร ?
คำตอบก็คือ มีความเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก และสำคัญมากด้วย เนื่องจากจำปีสิรินธรเป็นจำปีเพียงชนิดเดียวในโลกที่มีถิ่นกำเนิดและเจริญเติบโตอยู่ในป่าพรุน้ำจืด ชอบสภาพของสิ่งแวดล้อมที่ชื้นแฉะ ในช่วงฤดูฝนโคนต้นและรากจะแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลามากกว่า 5 เดือนของแต่ละปี ดังนั้นรากของจำปีสิรินธรจึงมีความคุ้นเคยกับสภาพดินที่ชื้นแฉะ หรือดินในที่ลุ่มซึ่งมีความชื้นมาก
เมื่อท่านปลูกต้นกล้าที่มาจากการเพาะเมล็ด หรือการปักชำ หรือการตอนกิ่ง รากของต้นกล้าที่แตกออกมานั้นก็จะเป็นรากที่แท้จริงของจำปีสิรินธร ซึ่งชอบสภาพของดินปลูกที่แฉะ หรือดินชื้นมากๆ เมื่อท่านสามารถหาพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ตามริมหนอง คลอง บึง หรือตามริมลำธาร ริมแม่น้ำ ริมบ่อน้ำ หรืออาจเป็นพื้นที่ที่มีน้ำหลากในช่วงฤดูฝน หรือน้ำท่วมขังในระยะเวลาสั้นๆ ได้ เมื่อท่านปลูกในแหล่งดังกล่าวไปแล้ว จำปีสิรินธรก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความแข็งแรง แต่ถ้าท่านไม่สามารถหาพื้นที่ดังกล่าวได้ ท่านก็ยังมีโอกาสปลูกจำปีสิรินธรในพื้นที่ลักษณะอื่นๆ ได้ทั่วประเทศไทย แต่มีข้อแม้ว่า ท่านจะต้องรดน้ำโคนต้นจำปีสิรินธรให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา คือรดน้ำบ่อยๆ รดให้มากกว่าจำปีหรือจำปาอื่นๆ หลักฐานที่ชัดเจนในเรื่องนี้ สามารถแสดงให้ผู้ปลูกทั่วไปเห็นได้ตลอดเวลา ก็คือ ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตั้งอยู่เลขที่ 196 ริมถนนพหลโยธิน ในบริเวณเดียวกับสภาวิจัยแห่งชาติ ภายในตึก วว. มีการปลูกจำปีสิรินธร 1 ต้น โดยที่ต้นกล้านี้มาจากการเพาะเมล็ด ปลูกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2544 ขณะที่ปลูกต้นกล้ามีความสูง 1.50 เมตร สภาพของบริเวณที่ปลูกเป็นพื้นดินที่ถมสูงกว่าบริเวณข้างเคียงโดยรอบ ประมาณ 1 เมตร มีการขุดหลุม กว้าง และ ลึก 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก มีการรดน้ำทุกวันให้โคนต้นชื้นอยู่ตลอดเวลา ปรากฎว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี จำปีสิรินธรต้นนี้มีความสูง 3 เมตร และเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี มีความสูงถึง 6 เมตร สามารถกล่าวได้ว่า วว. ปลูกจำปีสิรินธรนอกถิ่นกำเนิดเป็นแห่งแรก และเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้
ในเวลาเดียวกัน มีหน่วยงานราชการหลายแห่ง รวมทั้งเอกชนหลายราย ปลูกต้นจำปีสิรินธรที่มาจากเพาะเมล็ด โดยมีการพูนดินขึ้นมา หรือถมเป็นโคก หรือปลูกใส่รองบ่อ ซึ่งทำให้โคนต้นมีความสูงกว่าบริเวณข้างเคียง เมื่อรดน้ำแล้ว น้ำจะระบายหรือไหลออกไป รากจึงได้รับความชื้นน้อย ต้นกล้าจึงไม่ค่อยเจริญเติบโต ไม่ค่อยแข็งแรง วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ รดน้ำให้มากขึ้น หรือให้บ่อยขึ้น หรือให้ทำการทลายโคกที่อยู่โคนต้นนั้นออกเสีย
ถ้าท่านปลูกต้นกล้าจำปีสิรินธรที่มีการขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา มีการใช้ต้นตอที่เป็นจำปา หรือจำปี หรือจำปีป่า ส่วนของจำปีสิรินธรจึงเป็นส่วนที่อยู่ข้างบนพื้นดิน คือเป็นส่วนที่เราเห็นอยู่ แต่ส่วนที่อยู่ใต้ดิน เป็นส่วนของรากนั้นจะเป็นของชนิดที่เราใช้มาเป็นต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นจำปา จำปี หรือจำปีป่า ซึ่งเป็นพืชที่ชอบอยู่ในที่ดอน มีสภาพเป็นดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำแฉะหรือน้ำท่วมขัง ดังนั้นถ้าปลูกจำปีสิรินธรที่มีการขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตาลงในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือน้ำท่วมขัง ปรากฎว่า จำปีสิรินธรต้นดังกล่าวก็จะตาย ซึ่งมีผู้ปลูกจำนวนมากสอบถามว่า ทำไมปลูกแล้วตาย บางรายก็ให้ไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ จึงพบว่าต้นตายเนื่องมาจากปลูกกิ่งทาบในที่แฉะ ในขณะที่ปลูกต้นเพาะเมล็ดในที่แฉะแล้วเจริญเติบโตดี และในทางตรงกันข้าม ถ้ามีการปลูกกิ่งทาบในที่ดอน ก็จะเจริญเติบโตได้ดี
โดยสรุปแล้ว ก็จะต้องดูว่าต้นกล้าจำปีสิรินธรที่ท่านจะปลูกนั้น ขยายพันธุ์มาโดยวิธีการใด ถ้ามาจากการเพาะเมล็ด ก็จะต้องปลูกในพื้นที่ลุ่ม ดินชื้น แต่ถ้าขยายพันธุ์มาโดยการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา ก็จะต้องปลูกในที่ดอน ดินมีการระบายน้ำดี
คราวนี้ มีคำถามขึ้นมาอีกว่า แล้วต้นที่ท่านปลูกอยู่แล้วนั้น มาจากการขยายพันธุ์แบบใด
คำตอบก็คือ ต้องมีการตรวจสอบ หรือสอบถามจากผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการขยายพันธุ์พืช วิธีการคือ ตรวจจากเปลือกที่อยู่ในโคนต้น ว่ามีรอยของการทาบ เสียบยอด ติดตา หรือไม่ หรือตรวจจากรอยตุ่มขาวๆ เล็กๆ ซึ่งเป็นช่องหายใจที่มีอยู่ทั่วไป เป็นลักษณะเฉพาะของพรรณไม้ในวงศ์จำปาแต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกันออกไป ถ้ามีร่องรอยของการทาบ หรือมีรอยตุ่มขาวๆ ที่โคนต้นกับที่ลำต้นไม่เหมือนกัน ก็แสดงว่า ต้นนั้นไม่ใช่ต้นเพาะเมล็ดหรือปักชำ จึงควรนำไปปลูกให้ถูกวิธี
คำถามที่พบเสมอ ก็คือ ทำไมปลูกจำปีสิรินธรแล้วไม่ออกดอก
ผู้ตอบจะต้องถามท่านก่อนว่า ท่านปลูกต้นจำปีสิรินธรที่ขยายพันธุ์มาโดยวิธีการใด เพราะโดยธรรมชาติแล้ว จำปีสิรินธรเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางของโคนต้นได้ถึง 2 เมตร และมีความสูงได้ถึง 35 เมตร เจริญเติบโตอยู่ในสภาพชื้นแฉะ
ถ้าท่านปลูกจากต้นเพาะเมล็ด ก็ต้องปลูกอยู่ในสภาพพื้นที่แฉะ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 10 เมตร จึงออกดอก
ถ้าท่านปลูกจากต้นปักชำ ก็ต้องปลูกในสภาพที่แฉะ เป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 2-3 เมตร จึงจะออกดอก
ถ้าท่านปลูกจากการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา ก็ต้องปลูกในสภาพที่ดอน ดินระบายน้ำดี เป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 ปี หรือมีความสูงมากว่า 2-3 เมตร จึงจะออกดอก
แต่ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันคือ ไม่มีผู้ขยายพันธุ์รายใด ปักชำกิ่งจำปีสิรินธรจากกิ่งของต้นใหญ่หรือต้นแม่พันธุ์ที่เคยออกดอกแล้ว และในเวลาเดียวกันก็ไม่มีผู้ขยายพันธุ์รายใด ทำการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตาจากกิ่งของต้นใหญ่หรือต้นแม่พันธุ์ที่เคยออกดอกแล้ว ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็คือ มีการปักชำกิ่ง หรือมีการทาบกิ่ง เสียบยอด ติดตามาจากต้นกล้าเพาะเมล็ดขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 1-2 เมตร ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะปลูกอย่างไร จำปีสิรินธรก็จะไม่ออกดอก จนกว่าจะมีอายุเกิน 7 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 10 เมตร
การแก้ไขให้ออกดอกเร็ว
ถ้ามีการปักชำ หรือทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตาจากต้นแม่พันธุ์ที่ออกดอกแล้ว เมื่อนำมาปลูกก็จะออกดอกได้เร็วขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถขยายพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ออกดอกแล้ว ก็จะต้องรอจนกว่าจะมีอายุเกิน 7 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 10 เมตร หรืออาจใช้ฮอร์โมนเร่งดอกเข้าช่วย
ผู้ที่จะปลูกเลี้ยงจำปีสิรินธร ควรมีความเข้าใจในธรรมชาติของจำปีชนิดนี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน ว่าชอบเจริญเติบโตอยู่ในสภาพธรรมชาติอย่างไร ผู้ที่ต้องการปลูกควรที่จะปรับสภาพลักษณะของพื้นที่ปลูกให้มีความใกล้เคียงให้เหมาะสม ต้นกล้าก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีความแข็งแรง ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่มีความเข้าใจในธรรมชาติของจำปีชนิดนี้อย่างดีพอแล้ว เมื่อปลูกลงไปในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม จำปีสิรินธรก็จะไม่เจริญเติบโต และมีหลายรายที่ปลูกไปแล้วตาย เนื่องจากมีความเข้าใจที่ผิดๆ
ก่อนอื่น ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่า ต้นกล้าจำปีสิรินธรที่ท่านจะปลูกนั้นมีการขยายพันธุ์มาอย่างไร เป็นต้นกล้าที่มาจากการเพาะเมล็ด ปักชำ หรือการตอนกิ่ง หรือมาจากการขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบยอด ติดตา
ปัญหามีอยู่ว่า แล้ววิธีการขยายพันธุ์ มากเกี่ยวข้องกับการปลูกและบำรุงรักษาอย่างไร ?
คำตอบก็คือ มีความเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก และสำคัญมากด้วย เนื่องจากจำปีสิรินธรเป็นจำปีเพียงชนิดเดียวในโลกที่มีถิ่นกำเนิดและเจริญเติบโตอยู่ในป่าพรุน้ำจืด ชอบสภาพของสิ่งแวดล้อมที่ชื้นแฉะ ในช่วงฤดูฝนโคนต้นและรากจะแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลามากกว่า 5 เดือนของแต่ละปี ดังนั้นรากของจำปีสิรินธรจึงมีความคุ้นเคยกับสภาพดินที่ชื้นแฉะ หรือดินในที่ลุ่มซึ่งมีความชื้นมาก
เมื่อท่านปลูกต้นกล้าที่มาจากการเพาะเมล็ด หรือการปักชำ หรือการตอนกิ่ง รากของต้นกล้าที่แตกออกมานั้นก็จะเป็นรากที่แท้จริงของจำปีสิรินธร ซึ่งชอบสภาพของดินปลูกที่แฉะ หรือดินชื้นมากๆ เมื่อท่านสามารถหาพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ตามริมหนอง คลอง บึง หรือตามริมลำธาร ริมแม่น้ำ ริมบ่อน้ำ หรืออาจเป็นพื้นที่ที่มีน้ำหลากในช่วงฤดูฝน หรือน้ำท่วมขังในระยะเวลาสั้นๆ ได้ เมื่อท่านปลูกในแหล่งดังกล่าวไปแล้ว จำปีสิรินธรก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความแข็งแรง แต่ถ้าท่านไม่สามารถหาพื้นที่ดังกล่าวได้ ท่านก็ยังมีโอกาสปลูกจำปีสิรินธรในพื้นที่ลักษณะอื่นๆ ได้ทั่วประเทศไทย แต่มีข้อแม้ว่า ท่านจะต้องรดน้ำโคนต้นจำปีสิรินธรให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา คือรดน้ำบ่อยๆ รดให้มากกว่าจำปีหรือจำปาอื่นๆ หลักฐานที่ชัดเจนในเรื่องนี้ สามารถแสดงให้ผู้ปลูกทั่วไปเห็นได้ตลอดเวลา ก็คือ ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตั้งอยู่เลขที่ 196 ริมถนนพหลโยธิน ในบริเวณเดียวกับสภาวิจัยแห่งชาติ ภายในตึก วว. มีการปลูกจำปีสิรินธร 1 ต้น โดยที่ต้นกล้านี้มาจากการเพาะเมล็ด ปลูกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2544 ขณะที่ปลูกต้นกล้ามีความสูง 1.50 เมตร สภาพของบริเวณที่ปลูกเป็นพื้นดินที่ถมสูงกว่าบริเวณข้างเคียงโดยรอบ ประมาณ 1 เมตร มีการขุดหลุม กว้าง และ ลึก 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก มีการรดน้ำทุกวันให้โคนต้นชื้นอยู่ตลอดเวลา ปรากฎว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี จำปีสิรินธรต้นนี้มีความสูง 3 เมตร และเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี มีความสูงถึง 6 เมตร สามารถกล่าวได้ว่า วว. ปลูกจำปีสิรินธรนอกถิ่นกำเนิดเป็นแห่งแรก และเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้
ในเวลาเดียวกัน มีหน่วยงานราชการหลายแห่ง รวมทั้งเอกชนหลายราย ปลูกต้นจำปีสิรินธรที่มาจากเพาะเมล็ด โดยมีการพูนดินขึ้นมา หรือถมเป็นโคก หรือปลูกใส่รองบ่อ ซึ่งทำให้โคนต้นมีความสูงกว่าบริเวณข้างเคียง เมื่อรดน้ำแล้ว น้ำจะระบายหรือไหลออกไป รากจึงได้รับความชื้นน้อย ต้นกล้าจึงไม่ค่อยเจริญเติบโต ไม่ค่อยแข็งแรง วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ รดน้ำให้มากขึ้น หรือให้บ่อยขึ้น หรือให้ทำการทลายโคกที่อยู่โคนต้นนั้นออกเสีย
ถ้าท่านปลูกต้นกล้าจำปีสิรินธรที่มีการขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา มีการใช้ต้นตอที่เป็นจำปา หรือจำปี หรือจำปีป่า ส่วนของจำปีสิรินธรจึงเป็นส่วนที่อยู่ข้างบนพื้นดิน คือเป็นส่วนที่เราเห็นอยู่ แต่ส่วนที่อยู่ใต้ดิน เป็นส่วนของรากนั้นจะเป็นของชนิดที่เราใช้มาเป็นต้นตอ ไม่ว่าจะเป็นจำปา จำปี หรือจำปีป่า ซึ่งเป็นพืชที่ชอบอยู่ในที่ดอน มีสภาพเป็นดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำแฉะหรือน้ำท่วมขัง ดังนั้นถ้าปลูกจำปีสิรินธรที่มีการขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตาลงในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือน้ำท่วมขัง ปรากฎว่า จำปีสิรินธรต้นดังกล่าวก็จะตาย ซึ่งมีผู้ปลูกจำนวนมากสอบถามว่า ทำไมปลูกแล้วตาย บางรายก็ให้ไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ จึงพบว่าต้นตายเนื่องมาจากปลูกกิ่งทาบในที่แฉะ ในขณะที่ปลูกต้นเพาะเมล็ดในที่แฉะแล้วเจริญเติบโตดี และในทางตรงกันข้าม ถ้ามีการปลูกกิ่งทาบในที่ดอน ก็จะเจริญเติบโตได้ดี
โดยสรุปแล้ว ก็จะต้องดูว่าต้นกล้าจำปีสิรินธรที่ท่านจะปลูกนั้น ขยายพันธุ์มาโดยวิธีการใด ถ้ามาจากการเพาะเมล็ด ก็จะต้องปลูกในพื้นที่ลุ่ม ดินชื้น แต่ถ้าขยายพันธุ์มาโดยการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา ก็จะต้องปลูกในที่ดอน ดินมีการระบายน้ำดี
คราวนี้ มีคำถามขึ้นมาอีกว่า แล้วต้นที่ท่านปลูกอยู่แล้วนั้น มาจากการขยายพันธุ์แบบใด
คำตอบก็คือ ต้องมีการตรวจสอบ หรือสอบถามจากผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการขยายพันธุ์พืช วิธีการคือ ตรวจจากเปลือกที่อยู่ในโคนต้น ว่ามีรอยของการทาบ เสียบยอด ติดตา หรือไม่ หรือตรวจจากรอยตุ่มขาวๆ เล็กๆ ซึ่งเป็นช่องหายใจที่มีอยู่ทั่วไป เป็นลักษณะเฉพาะของพรรณไม้ในวงศ์จำปาแต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกันออกไป ถ้ามีร่องรอยของการทาบ หรือมีรอยตุ่มขาวๆ ที่โคนต้นกับที่ลำต้นไม่เหมือนกัน ก็แสดงว่า ต้นนั้นไม่ใช่ต้นเพาะเมล็ดหรือปักชำ จึงควรนำไปปลูกให้ถูกวิธี
คำถามที่พบเสมอ ก็คือ ทำไมปลูกจำปีสิรินธรแล้วไม่ออกดอก
ผู้ตอบจะต้องถามท่านก่อนว่า ท่านปลูกต้นจำปีสิรินธรที่ขยายพันธุ์มาโดยวิธีการใด เพราะโดยธรรมชาติแล้ว จำปีสิรินธรเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางของโคนต้นได้ถึง 2 เมตร และมีความสูงได้ถึง 35 เมตร เจริญเติบโตอยู่ในสภาพชื้นแฉะ
ถ้าท่านปลูกจากต้นเพาะเมล็ด ก็ต้องปลูกอยู่ในสภาพพื้นที่แฉะ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 10 เมตร จึงออกดอก
ถ้าท่านปลูกจากต้นปักชำ ก็ต้องปลูกในสภาพที่แฉะ เป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 2-3 เมตร จึงจะออกดอก
ถ้าท่านปลูกจากการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา ก็ต้องปลูกในสภาพที่ดอน ดินระบายน้ำดี เป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 ปี หรือมีความสูงมากว่า 2-3 เมตร จึงจะออกดอก
แต่ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันคือ ไม่มีผู้ขยายพันธุ์รายใด ปักชำกิ่งจำปีสิรินธรจากกิ่งของต้นใหญ่หรือต้นแม่พันธุ์ที่เคยออกดอกแล้ว และในเวลาเดียวกันก็ไม่มีผู้ขยายพันธุ์รายใด ทำการทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตาจากกิ่งของต้นใหญ่หรือต้นแม่พันธุ์ที่เคยออกดอกแล้ว ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็คือ มีการปักชำกิ่ง หรือมีการทาบกิ่ง เสียบยอด ติดตามาจากต้นกล้าเพาะเมล็ดขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 1-2 เมตร ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะปลูกอย่างไร จำปีสิรินธรก็จะไม่ออกดอก จนกว่าจะมีอายุเกิน 7 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 10 เมตร
การแก้ไขให้ออกดอกเร็ว
ถ้ามีการปักชำ หรือทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตาจากต้นแม่พันธุ์ที่ออกดอกแล้ว เมื่อนำมาปลูกก็จะออกดอกได้เร็วขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถขยายพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ออกดอกแล้ว ก็จะต้องรอจนกว่าจะมีอายุเกิน 7 ปี หรือมีความสูงมากกว่า 10 เมตร หรืออาจใช้ฮอร์โมนเร่งดอกเข้าช่วย
แหล่งที่มา
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64.0
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น