วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

การปลูกปาล์มน้ำมัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การปลูกปาล์มน้ำมัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ






การปลูกปาล์มน้ำมัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปาล์มน้ำมัน (Oil Palm)
                ชื่อวิทยาศาสตร์ Elaeis guineensis Jacq. เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันตก และนำเข้ามาประเทศไทยปี พ.ศ. 2472 เป็นไม้ยืนต้นที่ลงทุนเพียงครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 20 ปี และเป็นพืชที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อม โดยมีความสูงเฉลี่ย 15-18 เมตร และมีศักยภาพการผลิตน้ำมันต่อหน่วยพื้นที่สูงสุด (เฉลี่ย 512 กก./ไร่) เริ่มเก็บเกี่ยวหลังปลูกลงแปลงประมาณ 30 เดือน  สามารถนำมาสกัดองค์ประกอบจากน้ำมันปาล์ม ได้แก่ กรดไขมันหลายชนิด วิตามินอีและเอ นำมาใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรม Olechemical และเป็นพลังงานทดแทน
                ปาล์มน้ำมันมีระบบรากตื้น รากแผ่ขยายตามขนาดทรงพุ่มต้น รากสานกันอย่างหนาแน่นบริเวณผิวดินระดับลึก 30-50 ซม. และเป็นพืชผสมข้าม มีดอกเพศเมียและดอกเพศผู้แยกช่อดอกภายในต้นเดียวกัน
การปลูกและการดูแลรักษา
ขั้นตอนที่ 1. การคัดเลือกพื้นที่
1) ต้องมีแหล่งน้ำ และมีความสามารถให้น้ำกับต้นปาล์มน้ำมันได้ในช่วงฝนทิ้งช่วงและช่วงแล้ง
2) พื้นที่ที่มีสภาพไม่เหมาะสมสำหรับปลูกปาล์มน้ำมัน เช่น ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ดินค่อนข้างเค็ม พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังนาน ฯลฯ ต้องสามารถการจัดการแก้ไขตามสภาพปัญหาของพื้นที่นั้นๆ
3) พื้นที่ที่ไม่ลาดเอียงมาก สภาพพื้นที่น้ำไม่ท่วมขัง หรือหากท่วมขัง สามารถจัดการพื้นที่
พื้นที่ ความอุดมสมบูรณ์สูงถึงปานกลาง ลักษณะดินร่วน ดินร่วนปนดินเหนียว ดินเหนียว
4) ดินมีชั้นหน้าดินลึกมากกว่า 50 ซม. ไม่มีชั้นดินดาน
ขั้นตอนที่ 2. การเตรียมพื้นที่
1) โค่นล้ม และกำจัดซากต้นไม้ วัชพืชออกจากแปลงไถพรวนปรับพื้นที่ให้เรียบ
2) วางแนวปลูก ให้แถวปลูกหลักอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ ระยะปลูก 9 x 9 x 9 เมตร สามเหลี่ยมด้านเท่า เพื่อให้ต้นปาล์มทุกต้นได้รับแสงแดดมากที่สุดและสม่ำเสมอและได้จำนวนต้นต่อไร่ เพิ่มขึ้น (เฉลี่ย 22 ต้นต่อไร่) โดยวางแนวให้เต็มพื้นที่ (ไม่ต้องเว้นระยะถนนและร่องระบายน้ำ)
3) วางแนวถนน เพื่อใช้ในการทำงาน การขนย้ายและขนส่งผลผลิตปาล์มน้ำมัน ระยะถนนขึ้นอยู่กับขนาดของสวนปาล์มน้ำมัน   ถนนย่อย 3-4 ม.ทุก 20 ต้น ถนนเข้าแปลง 4-5 ม.ทุก 40 ต้น ถนนใหญ่ 6-8 ม.ทุก 120 ต้น ซึ่งจำเป็นต้องผ่านแนวปลูกในแถวที่ทำถนน
4) วางแนวร่องระบายน้ำ (ทำควบคู่กับถนน) เพื่อการระบายน้ำในสวนปาล์มน้ำมันและระบบการให้น้ำ โดยขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่   ไม่ให้น้ำท่วมขังต้นปาล์มน้ำมัน และให้มีหน้าดินต้นปาล์มน้ำมันรัศมีมากกว่า 2.5 ม.
5) วางแผนการให้น้ำต้นปาล์มน้ำมัน เช่น การวางระบบน้ำแบบมินิสปริงเกอร์ แบบสปริงเกอร์ แบบน้ำหยด หรือ แบบไหลตามร่อง
ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมหลุมปลูก
1) ขุดหลุมปลูกให้กว้างกว่าถุงเล็กน้อย แยกดินบน ดินล่างออกจากกัน
2) ใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟต (0-3-0) รองก้นหลุม 250-500 กรัมต่อหลุม
ขั้นตอนที่ 4 วางระบบน้ำ
1) วางระบบน้ำตามแนวพื้นที่ที่วางแผนไว้ พร้อมสำหรับการให้น้ำ
ขั้นตอนที่ 5 เลือกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน
1) ต้นกล้าปาล์มน้ำมันพันธุ์ลูกผสมเทเนอร่า (DxP) ชั่วรุ่นที่ 1 ได้จากการผสมพันธุ์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ แปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร และมีใบอนุญาตจำหน่ายต้นกล้า หรือจากหน่วยงานของทางราชการที่เพาะต้นกล้าเอง เช่น ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันหนองคาย เป็นต้น
2) ต้นกล้าอายุมากกว่า 8 เดือน ซึ่งมีใบประกอบขนนกจำนวนมากกว่า 9 ทางใบ ต้นสูง 100-150 ซม.จากระดับดินในถุง
3) การซื้อขายต้องมีใบเสร็จรับเงิน และสัญญาซื้อขายเป็นหลักฐาน
4) ขนย้ายต้นกล้าจากแหล่งซื้อขาย ทำด้วยความระมัดระวัง ไม่จับหิ้ว และไม่โยน โดยขนย้ายมีวัสดุกันลม และพรางแสงให้ต้นกล้าปาล์มน้ำมัน
ขั้นตอนที่ 6 การปลูก
1) ปลูกได้ทุกฤดูกาล ถอดถุงพลาสติกออกอย่าให้ดินแตก วางต้นปาล์มน้ำมันลงในหลุมที่เตรียมไว้ ให้ระดับโคนต้นเสมอกับระดับดินเดิม และดูแนวต้นให้ตรงกันทุกต้น
2) กลบดินลงหลุม อัดดินให้แน่น ระดับดินเดิมเสมอโคนต้น ไม่กลบโคน หากกลบโคนต้นปาล์มน้ำมันจะโตช้า
3) ใช้ฟาง หรือวัสดุคลุมโคนอื่นๆ คลุมรอบต้นปาล์มน้ำมัน และให้น้ำ เพราะปาล์มจะได้ตั้งตัวช่วงปลูก 3 เดือน แรก
4) พื้นที่ที่มีหนู ใช้ตาข่ายหรือสังกะสี หุ้มรอบโคนต้นปาล์มน้ำมัน เพื่อป้องกันหนูเข้าทำลาย
ขั้นตอนที่ 7 การจัดการหลังปลูก
1) ให้น้ำทุก 7 วัน หรือ 10 วัน หรือเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง หากขาดน้ำจะส่งผลต่อการออกดอกและให้ผลผลิต
2) เข้าสังเกตและจัดการต้นปาล์มน้ำมันทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังโรค แมลง และสัตว์ศัตรู และสภาพน้ำท่วมขังต้น
3) กำจัดวัชพืชในทรงพุ่มและในแปลงปลูก หรืออาจปลูกพืชคลุมดินเพื่อลดปริมาณวัชพืช ซึ่งต้องระมัดระวังการใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ให้โดนใบ เพราะปาล์มน้ำมันอ่อนแอต่อยาฆ่าหญ้า
3) ใส่ปุ๋ยตามอัตราที่กำหนด (ตารางที่ 1) โดยแบ่งใส่ตามความเหมาะสม โดยหว่านภายในบริเวณทรงพุ่ม หรือกองวัสดุคลุมต้น
4) หากพบใบมีลักษณะเป็นรูพรุน (เกิดจากด้วงกุหลาบ) ให้ฉีดพ่นด้วยเซฟวิน 85 % 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ในตอนเย็นช่วงใกล้ค่ำ ทั้งใบและบริเวณโคนต้น
5) ยอดปาล์มน้ำมันเริ่มสีดำ ยอดพับ และเน่า ไม่ถึงโคน (โรคยอดเน่า) ช่วง 2 ปีแรก ให้ถอดยอดออก ราดบริเวณกรวยยอด ด้วย ไธแรม 130 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร สลับกับ แมนโคเซป 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจัดใบทุก 5-7 วัน
6) ไม่ตัดแต่งทางใบ (สีเขียว) ออกช่วง 1-3 ปี เพราะใบยังสังเคราะห์แสงได้
ตารางที่ 1 การใส่ปุ๋ยสำหรับปาล์มน้ำมันตามคำแนะนำ
แบ่งใส่ปีละ 2-3 ครั้ง ตามความเหมาะสม
อายุ (ปี)
ปีที่ 1
ปีที่ 2
ปีที่ 3
ปีที่ 4
ปีที่ 5
6 ปี
ขึ้นไป
แอมโมเนียมซัลเฟต N) (21-0-0) กก./ต้น/ปี
1.2
3.5
5.0
5.0
5.0
5.0
ร็อคฟอสเฟส (P)
(0-3-0) กก./ต้น/ปี
1.3
3.0
3.0
3.0
3.0
3.0
โพแทสเซียมคลอไรด์  (K) (0-0-60) กก./ต้น/ปี
0.5
2.5
3.0
4.0
4.0
4.0
กีเซอร์ไรด์ (26%Mg)กก./ต้น/ปี
0.1
0.5
1.0
1.0
1.0
1.0
โบเรท (B) กรัม/ต้น/ปี
30
60
100
80
80
80

ขั้นตอนที่ 8 การเก็บเกี่ยว
1) รอบการเก็บเกี่ยวอยู่ในช่วง 10-20 วัน แล้วแต่ฤดูกาลโดยเฉลี่ยประมาณ 15 วันต่อครั้ง
2) ควรเก็บเกี่ยวเมื่อปาล์มน้ำมันสุกพอดี ชนิดผลดิบสีดำเมื่อสุกเปลี่ยนสีผลเป็นสีแดง ให้เก็บเกี่ยวเมื่อมีผลร่วงจากทะลาย 1-3 ผล  ชนิดผลดิบสีเขียวเมื่อสุกเปลี่ยนสีผลเป็นสีส้ม ให้เก็บเกี่ยวเมื่อผลเป็นสีส้มมากกว่า 80 % ของผล
3) ควรเก็บเกี่ยวทะลายโดยตัดทางใบออกเท่าที่จำเป็นให้ต้นปาล์มมีทางใบที่รองรับทะลายเหลืออยู่อย่างน้อย 1-2 ทางใบ
4) เก็บเกี่ยวทะลายปาล์มน้ำมันแล้ว ควรส่งโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง
คำแนะนำ ควรบันทึกข้อมูลผลผลิต การใส่ปุ๋ย และวัสดุการเกษตร การป้องกันกำจัดศัตรูพืช และรายรับ-รายจ่าย ฯลฯ เพื่อประกอบการจัดการสวนให้มีประสิทธิภาพ
ที่มา:ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันหนองคาย
การกำหนดคุณภาพของผลปาล์มทั้งทะลายที่มีคุณภาพดี

1.ความสด เป็นผลปาล์มที่ตัดแล้วส่งถึงโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง
2.ความสุก ทะลายปาล์มสุกที่มีมาตรฐาน คือ ลูกปาล์มชั้นนอกสุดของทะลายหลุดร่วงจากทะลาย
3.ความสมบูรณ์ ลูกปาล์มเต็มทะลายและเห็นได้ชัดว่าได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
4.ความชอกช้ำ ไม่มีทะลายที่ชอกช้ำและเสียหายอย่างรุนแรง
5.โรค ไม่มีทะลายเป็นโรคใด ๆ หรือเน่าเสีย
6.ทะลายสัตว์กิน ไม่มีทะลายสัตว์กินหรือทำความเสียหายแก่ผลปาล์ม
7.ความสกปรกไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน เช่น ดิน หิน ทราย ไม้กาบหุ้มทะลาย เป็นต้น
8.ทะลายเปล่า ไม่มีทะลายเจือปน
9.ก้านทะลาย ความยาวไว้เก็บ 2 นิ้ว

ศัตรูพืชที่สำคัญ

ศัตรูปาล์มน้ำมัน หมายถึง สิ่งที่ทำความเสียหายให้กับปาล์มน้ำมัน
ชนิดของศัตรูปาล์มน้ำมัน
1. สัตว์ศัตรูปาล์มน้ำมัน
2. แมลงศัตรูปาล์มน้ำมัน
3. โรค
สัตว์ศัตรูปาล์มน้ำมัน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม
1. กลุ่มฟันแทะ : หากินบนพื้นดินหรือบนต้นไม้
1) หนูพุกใหญ่ = สีขนด้านท้อง และหลังสีเทาเข้ม
2) หนูท้องขาว = พบมากในสวนปาล์มอายุ 6 ปีขึ้นไป จัดเป็นศัตรูปาล์มน้ำมันที่สำคัญที่สุด มีลักษณะหน้าแหลม ใบหูใหญ่ ตาโต ตัวยาวเรียว ขนเรียบ ขนท้องสีเทา, น้ำตาลปนเทา
3) เม่น มี 2 ชนิด คือ
- เม่นใหญ่แผงคอยาว เป็นเม่นขนาดใหญ่ หางสั้ัน ขนปกคลุมตัวด้านหน้า สีน้ำตาลดำ ขนด้านหลังเป็นหนามแหลม ขนสีขาวแกมดำ
- เม่นหางพวง หางพวงมีเกล็ดและที่ปลายหางมีขนเป็นพวง
2.กลุ่มสัตว์กินแมลง
1 กระแตธรรมดา เป็นกระแตขนาดใหญ่ มีหางเป็นพวง สีขนจะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิ และความชื้นสูง สีขนจะเป็นสีแดง สดใส ถ้าอุณหภูมิและความชื้นต่ำ สีขนจะเป็นสีเทา หรือเทาน้ำตาล ใบหูเล็กหนาคล้ายหูคน
3.กลุ่มสัตว์จำพวกนก
นกสร้างความเสียหายโดยกินลูกปาล์ม ความเสียหายเกิดเฉพาะที่และจะเกิดซ้ำที่ เป็นนกตระกูลนกเอี้ยง และนกขุนทอง
4.กลุ่มสัตว์ป่าอื่น ๆ
หมูป่า


 
แหล่งที่มา
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=250510

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น